Casshern Sins : remember, you are mortal...

posted on 24 Jun 2011 01:41 by saranblog in Reviews
 

memento mori = remember you are mortal, remember your mortality หรืออื่นๆ
สุดแล้วแต่จะแปล วลีภาษาลาตินเกร่อๆ ที่หลายๆคนคงได้เห็นกันมาจนเอียน
จากสื่อต่างๆ แต่ด้วยความหมายที่ยังเป็นความจริงอยู่เสมอ วลีนี้จึงยังคงถูกอ้างอิง
เสมอมา

เพราะมีความตาย ชีวิตจึงมีค่า
เพราะมีจุดสิ้นสุด ช่วงเวลานั้นจึงน่าจดจำ
เพราะมีการสิ้นสลาย ตัวตนนั้นจึงมีความหมาย
 
 
แคชเชิร์น หุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ที่ตื่นขึ้นมาในโลกที่กำลังล่มสลาย มนุษย์ที่หลง
เหลืออยู่เพียงน้อยต่างขาดความสามารถในการสืบพันธุ์ เหล่าหุ่นยนต์ซึ่งควรจะมี
ช่วงอายุยืนยาวกลับผุพังลงอย่างรวดเร็วด้วยสิ่งที่เรียกว่า "การเสื่อมสลาย" (อนึ่ง
อันนี้ผมกล้อมแกล้มแปลเอาเอง อาจไม่ใช่คำที่เหมาะสมเท่าไหร่ ต้นฉบับญี่ปุ่นใช้
คำว่า 滅び:horobi ฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า ruin ) ซึ่งในเรื่องแสดงให้เห็น
เป็นรูปธรรมในลักษณะคล้ายๆกับสนิม แต่มีความเร็วในการกัดกินสูงกว่ามาก

ตัวเขาไม่มีความทรงจำใดๆเหลืออยู่ แม้แต่ชื่อของตัวเอง แต่สิ่งที่ผู้คนรอบข้าง
ย้ำเตือนเขาอยู่เสมอคือ เขาคือผู้ที่ทำให้โลกตกอยู่ในสภาพนี้ และเขาต้องชดใช้
ประกอบกับข่าวลือแปลกๆที่กระจายไปทั่วในหมู่หุ่นยนต์ที่ยังหลงเหลืออยู่ว่
 ถ้าหากฆ่าแคชเชิร์นลงได้ "การเสื่อมสลาย" นี้จะหยุดลง และถ้าผู้ใดได้กินเนื้อ
ของแคชเชิร์น ก็ยังจะได้ชีวิตอมตะมาครอบครองอีกด้วย เขาจึงตกเป็นเป้าหมาย
ของหุ่นยนต์ที่ยังคงเหลืออยู่แทบจะทุกตัว

แต่ด้วยความที่ตัวแคชเชิร์นเองนั้น ก็เกือบๆจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ "การเสื่อมสลาย"
ไม่มีผลกับร่างกายของเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ บาดแผลบนร่างกายสามารถรักษาตัวเอง
ได้ภายในเวลาอันสั้น หรือต่อให้เขาจะตัดใจและยอมให้ถูกผู้อื่นฆ่าทิ้ง ระบบป้องกัน
ตัวเองของเขาก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้แคชเชิร์นลงมือจัดการกับภัยคุกคาม
รอบตัวอย่างสุดความสามารถโดยไม่เกี่ยวกับเจตจำนงของเจ้าตัว

ในครึ่งแรกของซีรี่ส์ จะเน้นไปที่การเดินทางค้นหาตัวเองของแคชเชิร์น และการได้
พบเจอกับผู้คนและหุ่นยนต์ทั้งหลายที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโลกที่กำลังล่มสลายนี้
มีทั้งผู้ที่ปลงตก และตัดสินใจที่จะเฝ้ารอจุดจบอย่างสงบ ผู้ที่ยังคงไม่ทิ้งความหวัง
และพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาทางพาตัวเองไปให้พ้นจากสภาพที่แสนจะสิ้นหวัง
นี้ให้ได้ หรือแม้แต่ผู้ที่ยังคงยึดมั่นกับหน้าที่ของตนและกระทำสิ่งนั้นราวกับจะไม่
ยี่หระต่อสภาพของโลกในขณะนั้น จนกระทั่งครึ่งหลังจึงค่อยๆทำการเปิดเผยเรื่อง
ราวต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
 
 
จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการแสดงออกของหุ่นยนต์ทั้งหลาย จากที่เคยเป็นเพียง
ตัวตนที่คอยปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างเคร่งครัด แม้จะมีการตระหนัก
ถึงตัวตนของตัวเอง (self awareness) แต่พฤติกรรมต่างๆก็ยังคงห่างไกลเกินกว่าที่
จะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสิ่งมีชีวิต จนเมื่อมีการตระหนักถึงจุดจบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ได้ ซึ่งก็คือ "การเสื่อมสลาย" จึงเริ่มแสดงพฤติกรรมต่างๆที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อน
ทั้งการปลดปลง การแสดงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และการขวนขวาย
หาหนทางเพื่อที่จะนำพาตนเองและเผ่าพันธุ์ให้อยู่รอดต่อไปได้อย่างแทบจะไม่
คำนึงถึงวิธีการ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกถึงเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์
นั้นเบาบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สำหรับตัวอนิเมชั่น อาจเพราะเป็นการหยิบเอาตัวละครเก่ามาเล่าใหม่ จึงเลือกใช้
บริการ ผกก.ยามาอุจิ ชิเกยาสุ ซึ่งผลงานที่เด่นๆก็ดรากอนบอลZ และเซนต์เซย่า
ทั้งซี่รี่ส์และตอนพิเศษหลายต่อหลายตอน ผลงานที่ออกมาจึงมีกลิ่นอายของอนิเมชั่น
ในยุค 80-90 อยู่พอสมควร (บางจังหวะดูแล้วรู้สึกว่ามันเซย้าเซย่าเลยด้วยซ้ำ)
ขนาดนักพากย์ก็ยังใช้บริการคุณฟุรุยะ โทรุ หนุ่ม 50 แต่เสียง15(เซย่า,อามุโร่ เรย์ ฯลฯ)


ไม่ใช่แค่หน้ามันที่เซย่า เสียงมันก็เซย่า

งานภาพนอกจากตัวอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยม งานแบคกราวด์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน  เพราะถึง
แม้ฉากส่วนใหญ่จะเป็นโลกที่ล่มสลาย ซากปรักหักพังรกร้าง ทุ่งโล่งโล้นเตียน ซึ่งถ้า
นำเสนอไม่ดีก็อาจจะได้ฉากที่ดูจำเจไม่มีสีสันและเหมือนกันไปหมด ซึ่งในเรื่องนี้ก็
นำเสนอได้อย่างมีบรรยากาศ ทั้งดูสวยงามหรือบางทีก็น่าขนลุก แต่ก็ดูเหงาหงอย
อยู่ในที อีกทั้งดนตรีประกอบที่แม้จะไม่ได้มีการใช้อย่างฟุ่มเฟือย แต่เมื่อถึงเวลาก็
ทำหน้าที่ช่วยขับดันบรรยากาศได้อย่างยอดเยี่ยม


ถึงแม้ผมจะชื่นชอบเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวมากแค่ไหน แต่ Casshern Sins ก็เป็นอีกซี่รี่ส์
ที่ผมก็นึกไม่ออกว่าจะประสบความสำเร็จในทางการตลาดได้ยังไง ถึงจะเป็นการหยิบ
ตัวละครมาเล่าใหม่ แต่ก็นำมาใช้เพียงแค่ตัวละครแต่ก็ทำการเปลี่ยนบทบาทจนหมด
โดยไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับซี่รี่ส์เดิมเลย (ฉบับเดิม แคชเชิร์น เป็นมนุษย์ที่รับการ
ดัดแปลงเป็นไซบอร์กโดยสมัครใจเพื่อปกป้องมนุษย์และต่อต้านการปกครองอย่าง
กดขี่ของจักรวรรดิหุ่นยนต์) ซึ่งลำพังการหยิบตัวละครเก่ามาใช้ก็ไม่น่าจะดึงดูดผู้ชม
รุ่นใหม่ได้อยู่แล้ว การเปลี่ยนบทบาทใหม่หมดก็ยังน่าจะไม่ดึงดูดแฟนการ์ตูนรุ่นดึกที่
คงจะมีอยู่เพียงน้อยนิดเข้าไปอีก อีกทั้งคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่แม้จะดูสวยแบบเรียบๆ
แต่ก็ดูก้ำกึ่งระหว่างความเป็น retro กับความเป็นสมัยใหม่พิกล


ฉบับดั้งเดิม

ผู้ชมที่หลงมาดูเพราะเข้าใจผิดว่าจะเป็นซี่รี่ส์แอคชั่นก็คงจะต้องผิดหวังอีก แม้อนิเมชั่น
ในฉากต่อสู้จะยอดเยี่ยม แต่เรื่องนี้ห่างไกลจากการที่จะบอกว่าเป็นซี่รี่ส์แอคชั่น
อย่างมาก อีกทั้งการเดินเรื่องที่ช้า ถึงช้ามาก เพราะเน้นไปที่การสร้างบรรยากาศและ
ดึงอารมณ์ก็น่าจะทำให้หลายๆคนเบื่อกลางครันไปเสียก่อน
 

แม่นี่ก็เป็นอีกตัวที่เห็นแล้วโคดจะเซย่า
 
ผู้เขียนมีโอกาสได้ดูซี่รี่ส์นี้นานแล้ว และด้วยความประทับใจก็ตั้งใจว่าจะมาเล่าถึงเรื่อง
นี้ตั้งแต่ดูจบ แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อย จนมาสบโอกาสที่ DVD ฉบับลิขสิทธิ์
ของเรื่องนี้กำลังจะวางตลาดในเร็ววันนี้(หรือวางไปแล้วก็ไม่รู้) จึงถือเป็นโอกาสนำ
มาเขียนเล่าเผื่อจะมีโอกาสให้ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านได้พิจารณาซี่รี่ส์นี้กัน
 
 
อนึ่ง ผู้เขียนไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆน่อ แต่มันชอบเรื่องนี้จริงๆ
อนึ่ง๒ เป็นเอนทรี่ที่เพ้อดีชะมัด
 

Comment

Comment:

Tweet

เห็นวางขายที่ร้านบูมเมอแรงแล้วหละ

#1 By Johnnie on 2011-06-24 20:46