Heroman : return to innocence

posted on 16 May 2010 23:55 by saranblog in Reviews

 

3 ชาติถึงจะได้อัพบลอกสักที เฮ่อ

 

สิ่งแรกที่ทำให้เรื่องนี้สะดุดตาขึ้นมาก็คือ เรื่องนี้เป็นโปรเจคท์ร่วม
ของ 1 ในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งวงการการ์ตูนอเมริกัน ลุง Stan Lee
(ผู้อ้างว่าเป็นผู้สร้างตัวละครอเมริกันฮีโร่และเหล่าร้ายจำนวนมหาศาล
แถมระยะหลังๆดูลุงแกจะแอบดอดมาทำโปรเจคท์ร่วมกับญี่ปุ่นบ่อยพิกล)
และสตูดิโอผู้สร้างสรรผลงานการ์ตูนชั้นดีมาอย่างสม่ำเสมอ Bones

โจอี้ (โจเซฟ คาร์เตอร์ โจนส์) เด็กชายกำพร้าพ่อแม่ ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณย่า
และมีความเป็นอยู่ค่อนข้างจะอัตคัด แต่ยังคงร่าเริงมีเพื่อนมีฝูงตามประสาเด็กปกติ
อยู่มาวันนึงเขาได้ไปเก็บหุ่นยนต์ของเล่นที่เสียแล้วมาจากถังขยะ และทำการ
ซ่อมแซมไปตามประสา และตั้งชื่อให้มันว่า ฮีโร่แมน  ประจวบเหมาะกับเป็น
ช่วงที่มีกองทัพมนุษย์ต่างดาวที่เรียกตัวเองว่า สครักก์ มารุกรานโลกพอดี
และสายฟ้าจากการจู่โจมของยานต่างดาวก็ได้บังเอิญผ่าเปรี้ยงไปที่หุ่นฮีโร่แมน
ของโจอี้เข้า ทำให้หุ่นของเล่นนั่นกลายเป็นหุ่นยนต์ร่างใหญ่(ไม่มาก น่าจะราวๆ
2-3 เมตรแค่นั้นแหละ)ที่มีพลังมหาศาล และพร้อมจะทำตามคำสั่งของโจอี้
การต่อสู้เพื่อปกป้องโลกจากสครักก์ของโจอี้และฮีโร่แมนจึงเริ่มขึ้น

ฮีโร่เราก่อนขยายร่าง น่ารักดีเหมือนกันแฮะ


อนึ่ง คาแรคเตอร์พระเอก มันคุ้นๆมั้ยครับ ผมว่ามันละม้ายๆปีเตอร์ ปาร์คเกอร์
พิกลนะ แถมชื่อของตัวเอกก็ยังตั้งตามสไตล์ของลุงแสตน ลี ที่ชอบตั้งชื่อให้ทั้ง
ชื่อต้นและนามสกุลตัวย่อเหมือนกันด้วย (เช่น Peter Parker(P.P.)
จากสไปเดอร์แมน Bruce Banner(B.B.) จาก Hulk) ส่วนเรื่องนี้
ก็คือ Joey Jones(J.J.)

ลุงแกก็ยังหาเรื่องมาโผล่ได้เหมือนเดิม

 

พลอตฟังดูเชย และไม่มีอะไรแปลกใหม่ใช่มั้ยครับ ผมก็ว่างั้น และเท่าที่ดูมา
7 ตอน มันก็ยังไม่มีอะไรแปลกใหม่จริงๆนะ แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจเกี่ยว
กับเรื่องนี้ ก็คือความเชย(หรือถ้าจะให้ชัด ขอกระแดะใช้คำว่า old school
ละกัน) นี่แหละ

ช่วงหลังๆมานี่ อนิเมชั่นญี่ปุ่นเท่าที่ดูๆมา ถ้าเป็นในส่วนของเด็กโตหรือผู้ใหญ่
ก็มักจะมีเนื้อหาที่รุนแรง หรือการนำเสนอที่ซับซ้อน หรือไม่ก็เป็นในแนวๆ
ขายตัวละครหญิงสาว ซึ่งอาจจะมีฉากวับๆแวมๆมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งเด็กๆก็ไม่ควร
ดูอยู่แล้ว ส่วนอนิเมชั่นสำหรับเด็ก ก็มักจะยัดเยียดการขายของเล่นจนเกินงาม
แต่พอมาได้ดูเรื่องนี้ ผมรู้สึกเหมือนได้ดูอนิเมชั่นอย่างที่เคยดูเมื่อสมัยเด็กๆอีกครั้ง

แล้วถึงแม้จะมีโครงเรื่องธรรมะปะทะอธรรมง่ายๆ แต่ก็มีการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง
พอประมาณ และดูได้ไม่เบื่อ คุณภาพของอนิเมชั่นเนี้ยบค่อนข้างสม่ำเสมอ และที่สำคัญ
ตัวละครออกแบบได้น่ารักและมีสีสันดีจริงๆ



โดยรวมๆผมรู้สึกดีกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ไม่ใช่พราะความแปลกใหม่อย่างที่ว่าไป
แต่เพราะความเรียบๆง่ายๆของมันนี่แหละ มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการ
jump start การดูการ์ตูนญี่ปุ่นของผมขึ้นมาอีกครั้งนึง หลังจากที่ห่าง
ไกลจากการดูอะไรสบายๆอย่างนี้มานาน

ปล. ทั้งหมดนี่เป็นความเห็นจากการดูมาจนถึงตอนที่ 7 เท่านั้น ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ว่าหลังจากนี้เนื้อเรื่องจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางอื่นรึเปล่า แต่โดยส่วนตัวแล้วยัง
ภาวนาขอให้ยังคงเส้นคงวาต่อไปอย่างเดิมดีกว่า

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://www.Soft-group.com/">IT company Ukraine</a> can place their products and services in the world market in the most competitive price.

#45 By AMBERPadilla (31.184.238.73) on 2013-07-31 21:06

ยังไม่จบ ?

ผมรอดูรวดเดียว.. ชอบตั้งแต่แรกเห็นเลย

#3 By ppao on 2010-08-26 12:38

น่าดูดีครับ พักนี้เบื่ออนิเมทกระแสแล้วมีแต่วับๆแวมๆ ดูแล้วมันก็ดีแต่เยอะไป ไว้จะลองเรื่องนี้ครับ ^_^

#2 By Elta_kung on 2010-05-17 12:24

ใช่ครับ หลายๆคนบอกว่าอนิเมเรื่องนี้ห่วย แต่ถ้าลองมาย้อนดูดีๆแล้ว หลายๆคนเค้าได้สัมผัสกับอนิเมสุดหูรูดสุดตรีนระดับจักรวาล(ยกตัวอย่างเช่น กุเร็นลากันน์)เลยพาลคิดไปว่าอะไรที่มันเกี่ยวกะจักรวาลต้องเว่อร์ๆไว้ก่อน

แต่จริงๆแล้วหากลองแอ๊บแบ๊ว..เอ๊ย - -"
ลองทำตัวเป็นเด็ก(คือไม่คิดไรจริงจังมาก)แล้วดูอนิเมเรื่องนี้ จะพบว่าอนิเมเรื่องนี้ดูสนุกใช้ได้นะครับconfused smile

#1 By NaiiTooN on 2010-05-17 09:33