Sky Crawlers : มิคสัญญีสีคราม

posted on 14 Mar 2009 00:08 by saranblog  in Reviews




ในโลกสมมุติที่สงครามเวหาระหว่างฝ่าย Rostock และ Lautern ดำเนิน
ต่อเนื่องมาอย่างยาวนานด้วยสาเหตุที่ไม่อาจระบุได้ แต่ถึงกระนั้น ผู้คน
ทั้งหลายกลับดูเพิกเฉยและไม่ได้ใส่ใจกับมันเท่าไหร่นัก ราวกับเป็นชินชา
ไปแล้วยังงั้น

คันนามิ ยูอิจิ นักบินหนุ่มฝีมือดีของฝ่าย Rostock ถูกย้ายไปประจำยังฐานทัพ
อากาศที่ดูจะไกลปืนเที่ยงพอสมควรแห่งหนึ่ง สิ่งแรกที่สังเกตเห็นคือ บุคลากร
ในฐานทัพนอกจากช่างเครื่องและวิศวกรไม่กี่คน ไม่ว่านักบินแต่ละคนหรือผู้บังคับ
บัญชาเอง กลับดูอายุน้อยจนผิดสังเกต และตัวยูอิจิเอง ที่ถึงแม้จะมาที่ฐานทัพ
แห่งนี้เป็นครั้งแรก ตัวเขาเองกลับรู้สึกคุ้นเคย และมี deja vu แปลกๆกับ
ฐานทัพแห่งนี้



ตัวตนของสงครามนี้คืออะไร? แล้วความรู้สึกแปลกๆของตัวยูอิจิคืออะไรกันแน่?

จากตรงนี้อาจเป็นการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ซึ่งอาจทำให้การรับชมเสียอรรถรส (spoil)
ผู้สนใจกรุณาลากแถบ highlight เพื่ออ่านครับ

ความจริงแล้ว ในโลกสมมุติของเรื่องนี้ โลกกลายเป็นที่ๆสงสบสุขและปราศจากสงคราม
สงครามที่มีเป็นเหมือนเพียงเกมหรือการแสดงโชว์ ไม่ว่าจะเพื่อเป็นที่ระลึก เพื่อให้พึงสังวรณ์
หรือเพื่อสนองตัณหาบางอย่างก็ตาม และไม่มีวันบรรลุผลแพ้ชนะ เพราะทิศทางของ
สงครามเองได้ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์

ตัวพระเอกและนักบินทุกคนต่างเป็นสิ่งมีชีวิตประดิษฐ์ที่เรียกว่า kildren
พวกเขาไม่มีวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และไม่มีวันตาย นอกเสียจากจะถูกฆ่า
พวกเขาสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ ดังนั้นเมื่อมีคนหนึ่งตายไป คนใหม่ที่มีโครงสร้าง
แบบเดิมก็จะได้รับการปลูกถ่ายความทรงจำใหม่และส่งไปประจำการแทนที่ ยกเว้นเสีย
แต่บางกรณีที่อาจมีความทรงจำบางส่วนตกค้าง หรือมีการแสดงพฤติกรรมที่คุ้นเคย
บางอย่างออกมาโดยไม่ตั้งใจ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยูอิจิมายังฐานทัพแห่งนี้ และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน


จบการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

Sky Crawler เป็นผลงานอนิเมชั่นฟอร์มใหญ่เรื่องล่าสุดโดยผกก. โอชิอิ มาโมรุ
(Ghost in the Shell, Avalon) ซึ่งดัดแปลงจากต้นฉบับนิยายโดย โมริ ฮิโรชิ
(The Perfect Insider, Doctors in Isolated Room และอื่นๆอีกมาก โดยส่วนใหญ่
จะเป็นแนวลึกลับครับ 2 เรื่องที่ยกมานั่นมีฉบับหนังสือการ์ตูนแปลไทยด้วย
โดยส่วนตัวคิดว่าสนุกดีเชียว ถึงเรื่องหลังจะแปลแหม่งๆก็เถอะ)

โปรดัคชั่นของเรื่องก็ดูใหญ่โตสมชื่อ คาแรคเตอร์ดีไซน์ที่ดูเรียบๆแต่ก็น่าสนใจ และ
ทำหน้าที่เล่าเรื่องได้ดี (แต่โดยส่วนตัวผมรำคาญผมเผ้าพระเอกชอบกล) อนิเมชั่น
ในส่วนของตัวละครก็เนี้ยบ ฉากสงครามเวหาที่เป็น 3D ก็ดูยิ่งใหญ่ และเร้าใจดี
แบคกราวน์ในส่วนที่เป็นภาพวาดก็มีรายละเอียดสูงอย่างน่าทึ่ง แต่ผมกลับรู้สึก
สะดุดกับฉากแบคกราวด์บางจุดในฉากที่เวิ้งว้างอย่างเช่นฉากสนามบิน ซึ่งมีการ
ใช้องค์ประกอบ 3D ที่เนี้ยบและดูละเอียดลออดี ผลที่ได้กลับเป็นว่า มันดูกระด้างๆ
ไม่มีชีวิตชีวาชอบกล



อีกทั้งในเรื่องยังมีบทสนทนาที่ใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ การสนทนาผ่าน
วิทยุระหว่างนักบิน ซึ่งถึงแม้นักพากย์ชุดนี้จะมีสำเนียงค่อนข้างดี แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ
ก็ยังรู้สึกแปร่งๆอยู่ ทำให้อารมณ์ของบทสนทนาแถวๆนี้ลดลงไป ทั้งที่เอาจริงๆใช้ภาษา
ญี่ปุ่นไปทั้งเรื่องผมว่ามันก็ไม่เห็นจะเสียหายน่ะนะ

อีกจุดที่รู้สึกขัดใจมาก คือการเปิดเผยปมสำคัญตอนท้ายของเรื่อง ที่กลับใช้วิธี
นำเสนอผ่านบทสนทนาที่ค่อนข้างยาวและฉากเรียบๆ เลยกลับให้ความรู้สึกเป็น
anti-climax ไปซะงั้น

.....อืม.. แต่พอลองมานั่งคิดดูดีๆ มันก็อาจเป็นวิธีกึ่งๆประชดที่เหมาะกับประเด็น
ของหนังก็ได้

หลังจากเรื่องนี้ออกฉาย ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่เสียชื่อผกก.คนนี้ ทั้งได้เลือกไป
ฉายในงานภาพยนตร์เวนิซเอย เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต้เอย และยังกวาดรางวัล
จากเทศกาลเหล่านี้มาไม่น้อย จริงๆก็เกือบๆได้เข้าชิงออสการ์สาขาอนิเมชั่นด้วย

อย่างไรก็ตาม จุดขายของเรื่องนี้ไม่ใช่ฉากแอคชั่นดุเดือดนะครับ ฉากสงครามเวหา
ในเรื่องแม้จะดูสนุกดี แต่ก็มีน้อยมาก ถ้าจะหามาดูเพราะหวังดูฉาก dogfight มันๆ
เต็มที่ละก็ ผิดหวังแน่นอนครับ



สุดท้าย เรื่องนี้ยังได้รับการดัดแปลงเป็นวิดีโอเกม สำหรับเครื่อง wii ในชื่อ
Sky Crawlers: Innocent Aces ซึ่งทีมงานผู้พัฒนาก็คือทีม Project Aces ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกม
ซีรี่ส์ Ace Combat ที่ผมแสนจะหลงใหลเป็นการส่วนตัวอีกด้วย

เทรลเลอร์ครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทันได้ดูตอนเปิดตัวที่ Ghibli Museum ปีที่แล้วพอดีเรย แต่ต้องแบบ ยืนดู เพลงเพราะน้ำตาไหลพราก Hot!

#1 By Rinna ♥ on 2009-03-14 13:47

ดูแล้วต้องมานั่งคิดว่าสนุกป่าววะ - -"

#2 By Minpanda on 2009-07-11 08:20

ส่วนตัวผมคิดว่า สงครามใน Sky Crawlers ไม่ได้มีสถานะเป็นเกมส์หรือการแสดงโชว์ที่เดิมพันด้วยชีวิตนะครับ ทำนองเดียวกันโลกใน Sky Crawlers ก็ไมใช่โลกที่สงบสุขปราศจากสงครามด้วย เพียงแต่เมื่อดูจากการดำเนินเรื่องอาจจะทำให้เข้าใจผิดว่า สงครามของเหล่าคิลโดเร(คิลเดรน) มันห่างไกลจากชีวิตในโลกภายนอกมากๆ จนไม่สงผลอะไรต่อกันเลย

แต่ในความเป็นจริงหรือในเนื้อหาของ Sky Crawlers สงครามนี้เป็นของจริงครับ จะเห็นได้ว่าในฉากที่กองทัพเครื่องบินรบฝ่าย Rostock บุกโจมตีครั้งยิ่งใหญ่ ก็ปะทะกับกองกำลังของฝ่ายตรงข้ามเหนือน่านฟ้าของเขตเมืองใหญ่ และเครื่องทิ้งระเบิดของฝ่าย Rostock ก็เตรียมจะทิ้งระเบิดปูพรมใส่เมืองข้างล่างด้วย

ผมคิดว่า ประเด็นสงครามเป็นเหมือนเกมส์หรือโลกลวงที่ไม่มีทางออก น่าจะเป็นความรู้สึกของเหล่านักบินรบมากกว่าครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรู้สึกของคุซานางิ คำพูดของคุซานางิในฉากบาร์แห่งหนึ่งกับคันนามิมันชัดเจนในมากว่าเธอรู้สึกยังไงกับสงคราม

#3 By headache~~ (222.123.190.98) on 2009-08-10 15:36

ถึงความเห็นที่สาม
ผมว่ามันเป็นแค่เกมส์นะครับ เหตุผลนั้นง่ายมาก ดูได้จากการรายงานสถานะการรบของทีวีในเรื่องทำไมถึงละเอียดจัง แถมรายงานด้วยว่ามีกี่ฝูงแผนเป็นอย่างไร ทั้งที่ถ้าเป็นสงครามจริงๆเขาไม่ถ่ายทอดสดออกที่หรอกว่าจะมีการบุกกัน ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามทหารหรื่อนักเล่นเกมวางแผนดูซิครับ

#4 By (125.27.219.198) on 2009-12-11 23:32

สำหรับผมแล้ว
ถ้าเป็นงานที่สร้างดัดแปลงจากงานเขียนและ
สไตล์ของ โอชิอิ มาโมรุ ผมว่าถูกทางแล้ว
ที่จะจงใจจบเรื่องแบบนั้น

สังเกตุได้บ่อยๆว่างานที่สร้างมาจากหนังสือจะมีอารมณ์เงียบนิ่ง ที่ทิ้งช่องบรรยายตัวหนังสือเป็นภาพ พรรณณา ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ มีประเด็นเปิดให้คิืดเยอะ ซึ่งจุดนี้คนที่ชอบงานเขียน จะชอบ และคนที่ชอบการ์ตูน,เล่นเกมส์มักจะไม่ชอบเพราะดูเฉื่อยชา น่าเบื่อ

และที่ชอบอีกอย่างคือ bonus ending
ที่ตั้งใจซ่อนไว้หลัง end credit ราวๆสองนาทีนั้น
ทำให้เข้าใจอารมณ์ของนางเอกได้ดีในฉากแสยะยิ้ม
(เพราะทั้งเรื่องแทบไม่ยิ้มเลย)

อารมณ์ด้านชาในเรื่องกลิ่นมันคล้ายๆ gost นิดนึง
และพระเอกนี่ ทรงผม ซาสิเกะ ในนารุโตะตอนโตไปหน่อย

#5 By STORYONTHEWALL on 2009-12-14 18:20