posted on 01 Aug 2008 02:17 by saranblog in DailyStuffs
เนื่องด้วยตัวผมเองค่อนข้างจะชื่นชอบหนังบ้าๆบอๆอยู่มาก ตอนได้พบเห็นเรื่อง Be Kind Rewind ก็ประทับใจและตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะต้องดูให้ได้
หลังจากตรวจสอบแล้ว เลยรู้ว่ามีฉายแต่ที่ เมเจอร์รัชโยธิน และพารากอนเท่านั้น ก็โอเคหยวน หนังมันคงขายยาก ตัดสินใจถ่อไปพารากอน ต่อคิว ถามราคา
"160 บาทครับ"
.......เฮ่ย
โอเค จริงๆเงินจำนวนนี้มันก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่สำหรับผมที่ปกติดูหนังแถว ลิโด้ สกาล่า (ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่าทั้งถูกทั้งสบายกว่าเป็นไหนๆ ทำไม้คนไม่ยอมเข้ากัน..) อยู่ดีๆโดนโขกขึ้นราคาไปอีก 60% นี่มันเสียความรู้สึกเอาการอยู่
การที่หนังขายยากๆแบบนี้ เอามาฉายจำกัดโรง ผมว่าก็สมเหตุสมผลละนะ แต่ไอ้การโขกราคาขึ้นไปอีก โดยคาดว่าคงเพื่อจะได้กำไรมากขึ้น หรือทำให้มีความรู้สึกว่ามันเป็นของ premium มากขึ้นเนี่ยเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มเพิ่มเนี่ย มันได้ผลจริงๆน่ะเหรอ ฉายเนิบๆราคาปกติไม่ดีกว่าเร้อ ไม่รู้สินะ ผมก็ไม่ค่อยแม่นเรื่องการตลาดเท่าไหร่ ใครเก่งๆช่วยชี้แจงหน่อยละกัน
แต่บอกตามตรง ซื้อมาทำอย่างนี้ อย่าซื้อดีกว่ามั้ยนะ เอาโรงไปฉายหนังที่ขายง่ายๆกว่านี้แล้วปล่อยหนังพวกนี้ให้พ่อค้าที่เขาดูจะเต็มใจฉายมากกว่านี้ดีกว่ามั้ย
เมื่อหลายปีก่อน ก็เ็คยเจอกรณีอย่างนี้กับเรื่อง Big Fish มาแล้ว เมเจอร์เหมือนกัน อันนั้นหนังไม่ได้ขายยากขนาดนี้ ผู้กำกับก็ขายได้บ้าง(Tim Burton) ดาราก็ขายได้บ้าง(Ewan Mcgregor) เนื้อหาก็ไม่ได้ซับซ้อนดูยากหรือพิสดารอะไรขนาดนั้น มี special effect หรูๆให้ดูเป็นอาหารตาด้วย ดันโดนเอาไปหมกอยู่ไม่กี่โรง+โขกราคาแบบนี้ แล้วก็บอกว่าหนังไม่ทำเงิน
สรุป : เซ็งจิต เลยโยกไปดูมัมมี่เจ็ตลีที่สกาล่าแทน ไม่ค่อยสนุกอีกตะหาก
ปล. เทรลเลอร์ของเรื่อง Be Kind Rewind ครับ
posted on 22 Jul 2008 19:08 by saranblog in Reviews
โกลโก้ 13 เป็นหนังสือการ์ตูนผลงานของ ไซโต ทาคาโอะ (ผลงานที่เป็นที่รู้จักในบ้านเรายกตัวอย่างเช่น
ต้องรอด ลิขสิทธ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ) ลงตีพิมพ์ประจำในนิตยสาร Big Comic ของสำนักพิมพ์
โชกักกุคังอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1969 ปัจจุบันรวมเล่มได้ร่วม 150 เล่มและยังไม่จบ เคยได้รับการ
ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์คนแสดง 2 ครั้ง อนิเมชั่นจอเงิน 1 ครั้ง และอนิเมชั่นวิดีโอ 1 ครั้ง
โดยที่จะกล่าวถึงนี่เป็นฉบับอนิเมชั่นซีรี่ส์ที่เพิ่งเริ่มฉายไป เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมานี่เอง
ดุ๊ค โทโก หรือฉายา "โกลโก้ 13" สไนเปอร์ฝีมือดีเชื้อสายเอเชีย ผู้ได้รับคำยกย่องว่า "มือโปรในหมู่มือโปร" งานของเขาจะต้องสำเร็จลุล่วงเสมอ ไม่ว่าเงื่อนไขจะยากแค่ไหน เป้าหมายจะเป็นใคร(หรือสิ่งใด) เขาไม่ใช่คนมีคุณธรรม ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นอาชญากร สุจริตชน หรือต่อให้จะต้องมีผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลงจากการลอบสังหารเขาก็ไม่ลังเลที่จะทำ หากรับเงินค่าจ้างมาแล้วภารกิจต้องสำเร็จเท่านั้น เว้นเสียแต่ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเล่นไม่ซื่อ ก็ซวยไป

แค่เห็นหน้ามันก็ขำแล้ว
ตัวโกลโก้ แบน และขาดมิติได้อย่างน่าประทับใจ ไม่เคยมีการกล่าวถึงที่มาที่ไปของตัวละครว่ามันเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมีฝีมือขนาดนี้ รู้อย่างเดียวว่ามันเก่ง เก่งฉิบหาย เก่งไม่มีเหตุผล หลายๆครั้ง แม้หลักฐานต่างๆชี้ตัวว่ามันคือผู้ต้องสงสัยแน่ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญดันยืนยันว่า การลอบยิงในสถานการณ์นั้น ช่วงเวลานั้น ระยะห่างขนาดนั้นมันเป็นไปไม่ได้ (แต่มันทำได้ เพราะเหตุผลว่า มันเก่ง เหอๆ) มันก็เลยลอยนวล
ความเคร่งขรึม หน้าตาย และขี้เหนียวคำพูดของมันที่น่าจะเท่ดี แต่ดูยังไงก็อดขำไม่ได้ พฤติกรรมตัวละครที่ซีเรียสซะส่วนใหญ่ แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันมีกลิ่นอายเชยๆชอบกล (อย่างว่า วัตถุดิบมันกี่ปีมาแล้วล่ะ) บางครั้งก็เลยซีเรียสไปกับมันไม่ค่อยลง รึเป็นแค่ผมคนเดียวก็ไม่รู้นะ
ส่วนคุณภาพของอนิเมชั่นนั้นจัดว่าดีถึงดีมาก และมีความสม่ำเสมอสูง เท่าที่ดูมา 10 กว่าตอนยังไม่มีตอนไหนที่คุณภาพตกจนผิดสังเกต รายละเอียดของวัตถุและฉากต่างๆก็สูงทีเดียว ทั้งนี้คงเพราะทางผู้สร้างต้องการให้บรรยากาศในเรื่องออกมาจริงจังและสมจริงที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลอยู่ ถ้าไม่นับตัวโกลโก้และฝีมือโม้ๆของมันน่ะนะ
น่าตกใจที่ซีรี่ส์นี้จะมีความยาวร่วม 50 ตอน ถึงแม้ด้านวัตถุดิบจะไม่มีปัญหาเพราะต้นฉบับมีเยอะเหลือเกิน แต่เท่าที่ดู เรื่องนี้น่าจะเป็นซีรี่ส์ที่ทำตลาดได้ยาก แถมยังเจาะกลุ่มไปที่ผู้ใหญ่ เพราะเวลาฉายก็อยู่ตั้งราวๆตีหนึ่งครึ่ง แถมยังเต็มไปด้วยเซ็กส์และความรุนแรง (ถึงอย่างหลังจะไม่ค่อยมากก็เถอะ เพราะมันใช้ปืนกันทั้งเรื่อง) แต่เข้าใจว่าเรื่องนี้คงจะมีฐานแฟนๆเดนตายที่เหนียวแน่นอยู่ เพราะยังไงก็ลงต่อเนื่องมาได้ 40 ปีนี่นะ ดังนั้นก็คงจะไม่ถึงกับเจ๊งละมั้ง
ถึงแม้จะตั้งใจให้เป็นซีรี่ส์ที่จริงจัง แต่ความทะแม่งที่โผล่มาเป็นระยะๆ และฝีมือโม้ๆของตัวเอก กลับทำให้รู้สึกขบขันอย่างอีหลักอีเหลื่อ ซึ่งก็เข้าท่าไปอีกแบบ เป็นอีกซีรี่ส์ที่ดูเอามันได้
ปล. อาวุธหลักๆ ของมันคือ M-16 ที่ custom แล้ว ซึ่งทำให้ผมตะหงิดๆทุกทีว่า ปกติเขาจะใช้ปืนรุ่นนี้มายิงระยะไกลๆกันเหรอฟะ แต่ก็นะ ไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่
posted on 05 Jul 2008 22:13 by saranblog in Reviews
ลังเลอยู่นานว่าสมควรจะรีวิวเรื่องนี้มั้ย แต่เอาเถอะ ยังไงบลอกนี้ก็ไม่ค่อยมีคนอ่านอยู่แล้ว
แฟรงเกน ฟราน เป็นหนังสือการ์ตูนผลงานของ คิกิตสึ คัตสึฮิสะ ลงตีพิมพ์ประจำในนิตยสาร Champion Red รายเดือนของสำนักพิมพ์อะคิตะ โชเท็น ปัจจุบันยังไม่จบ โอกาสตีพิมพ์ในไทยยังไม่มีและไม่ควรจะมี
เป็นเรื่องราวของฟราน หญิงสาวมนุษย์ทดลอง โดยฝีมือของศาสตราจารย์สติเฟื่องลึกลับ มาดาราคิ นาโอมิตสึ (ปัจจุบันอ่านมา 10 กว่าตอนก็ยังไม่โผล่ให้เห็นชัดๆ และคาดว่าคงไม่ได้โผล่เลยด้วย) นอกจากหน้าตาจิ้มลิ้ม(?)แล้ว เธอยังมีความรู้และทักษะทางด้านกายวิภาคและการผ่าตัดอย่างสูงล้ำ ชนิดหมอแบล็คแจ๊คยังอาย

อยากทำศัลยกรรมให้ตาโตรึ? เธอจัดให้ได้ในชั่วเคี้ยวหมากแหลก

ประสบอบัติเหตุร่างแหลก? เธอจับอวัยวะภายในบางส่วนมายัดไว้ในกระโหลก แล้วมีชีวิตอยู่แค่หัวยังได้
อย่างที่เห็นว่าการผ่าตัดในเรื่องมันโม้สุดเดช แต่ผู้เขียนก็ยังอุตส่าห์ชักแม่น้ำทั้ง 5 มาแถไถได้ทุกครั้ง แถมยังแถอร่อยด้วยซี
เนื้อเรื่องในแต่ละตอนก็จะเกี่ยวกับการที่นางเอกไปพบกับเคสอาการป่วยหรือบาดเจ็บ(หรือตาย) ชนิดไม่น่าจะรักษาได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์มาขอความช่วยเหลือ หรือเธอเสนอตัวเข้าไปเอง ซึ่งบางครั้ง เธอทำไปด้วยเจตนาดีจริงๆ(และหลายๆครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพี้ยนๆ) แต่ด้วยสามัญสำนึกที่วิปริตวิปลาสแบบสุดฤทธิ์สุดเดชของเธอ ผลลัพธ์ที่ได้เลยออกมาเหลือรับทานแทบ
ทุกครั้ง

ฟรานในโหมดพิเศษ สำหรับเวลาผ่าตัดเคสยากๆ จำนวนแขนยังเพิ่มขึ้นได้อีกนะนี่
เรื่องนี้ ทางญี่ปุ่นจัดให้เป็นแนว horror-comedy (อุตส่าห์รวมกันได้นะ...) มุกในเรื่องก็เต็มไปด้วยมุกที่ไม่รู้จะขำดีมั้ย(อีกแล้ว) แต่จะอย่างไรก็ตาม อย่างน้อยๆ นี่ก็เป็นเรื่องสยองขวัญที่มี gimmick น่าสนใจ ถึงอาจจะไม่เท่าซีรี่ส์ของ จุนจิ อิโต้ แต่ผมว่าอันนี้มันเบาอ่านง่ายกว่านะ(มั้ง)
ภาพและเนื้อหามีความรุนแรงสูงไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนด้วยประการทั้งปวง ผู้ปกครองควรพิจารณา
ตอนมาเปิดดูผ่านๆอีกรอบเพื่อเขียนรีวิวนี่ผมยังแอบพะอืดพะอมนิดๆเลย ส่วนฉากโป๊เปลือย....ก็มีหรอก ส่วนใหญ่เป็นฉากบนเตียงผ่าตัดน่ะ ถ้าคุณจะมีอารมณ์กับภาพคนกำลังโดนผ่าตัดก็ตามสบายเถอะ
ปล. ชอบภาพลองช็อตของตัวนางเอกจัง